Décision sur plusieurs affaires
รายงานเกี่ยวกับเหยื่อเหตุข่มขืนชาวอิสราเอล
4 avril 2024
ผู้ใช้รายหนึ่งได้อุทธรณ์คำตัดสินของ Meta ที่ให้ลบโพสต์บน Facebook จำนวน 2 โพสต์ซึ่งบรรยายถึงความรุนแรงทางเพศที่กลุ่มติดอาวุธฮามาสกระทำในเหตุการโจมตีของผู้ก่อการร้ายในอิสราเอลช่วงวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ออกจากแพลตฟอร์ม หลังจากที่คณะกรรมการได้หยิบยกการอุทธรณ์ข้างต้นมาให้ Meta ตรวจสอบ บริษัทก็ได้กลับคำตัดสินเดิมพร้อมทั้งกู้คืนโพสต์ที่ลบไป
2 cas inclus dans ce lot
FB-YCJP0Q9D
กรณีเกี่ยวกับบุคคลและองค์กรที่เป็นอันตรายบน Facebook
FB-JCO2RJI1
กรณีเกี่ยวกับบุคคลและองค์กรที่เป็นอันตรายบน Facebook
ต่อไปนี้คือคำตัดสินแบบรวบรัด คำตัดสินแบบรวบรัดจะเป็นการตรวจสอบกรณีต่างๆ ที่ Meta ได้กลับคำตัดสินเดิมที่มีต่อเนื้อหาชิ้นหนึ่งหลังจากที่คณะกรรมการได้หยิบยกกรณีดังกล่าวมาให้บริษัทตรวจสอบ และจะรวมข้อมูลเกี่ยวกับข้อผิดพลาดที่ Meta ยอมรับเอาไว้ด้วย คำตัดสินดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติโดยชุดสมาชิกคณะกรรมการผู้พิจารณา ไม่ใช่คณะกรรมการทั้งหมด ไม่รวมความคิดเห็นสาธารณะ และไม่อาจถือเป็นบรรทัดฐานของคณะกรรมการ คำตัดสินแบบรวบรัดส่งผลเปลี่ยนแปลงโดยตรงต่อคำตัดสินของ Meta โดยจะให้ความโปร่งใสเกี่ยวกับการแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านี้ควบคู่ไปกับการระบุจุดที่ Meta สามารถปรับปรุงการบังคับใช้ให้ดียิ่งขึ้นได้
ข้อมูลโดยสรุปของกรณี
ผู้ใช้รายหนึ่งได้อุทธรณ์คำตัดสินของ Meta ที่ให้ลบโพสต์บน Facebook จำนวน 2 โพสต์ซึ่งบรรยายถึงความรุนแรงทางเพศที่กลุ่มติดอาวุธฮามาสกระทำในเหตุการโจมตีของผู้ก่อการร้ายในอิสราเอลช่วงวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ออกจากแพลตฟอร์ม หลังจากที่คณะกรรมการได้หยิบยกการอุทธรณ์ข้างต้นมาให้ Meta ตรวจสอบ บริษัทก็ได้กลับคำตัดสินเดิมพร้อมทั้งกู้คืนโพสต์ที่ลบไป
คำอธิบายและภูมิหลังของกรณี
ในเดือนตุลาคม 2566 ผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้อัพโหลดโพสต์ 2 โพสต์แยกกันตามลำดับแต่มีเนื้อหาเหมือนกัน โดยมีวิดีโอของผู้หญิงคนหนึ่งบรรยายถึงการข่มขืนผู้หญิงชาวอิสราเอลที่กระทำโดยกลุ่มฮามาสในระหว่างการโจมตีของผู้ก่อการร้ายเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม คำบรรยายของโพสต์มี “คำเตือนเนื้อหา” และผู้พูดในวิดีโอได้เตือนผู้ใช้เกี่ยวกับเนื้อหารุนแรง วิดีโอดังกล่าวแสดงฟุตเทจภาพเหตุการณ์ผู้หญิง 2 คนกำลังถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัว โดยคลิปหนึ่งเป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนคว่ำหน้าอยู่ในรถกระบะ และอีกคลิปเป็นภาพผู้หญิงที่ได้รับบาดเจ็บกำลังถูกลากลงมาจากท้ายรถ ภาพเหล่านี้ถูกแชร์อย่างกว้างขวางหลังจากที่การโจมตีดังกล่าวจบลง โพสต์แรกได้รับการแชร์ประมาณ 4,000 ครั้ง และโพสต์ที่สองมีผู้แชร์น้อยกว่า 50 ครั้ง
ในตอนแรก Meta ได้ลบโพสต์ทั้ง 2 โพสต์ออกเนื่องจากเป็นการละเมิดมาตรฐานชุมชนว่าด้วยองค์กรและบุคคลที่เป็นอันตราย ภายใต้นโยบายนี้ บริษัทห้ามไม่ให้มีภาพของบุคคลที่สามซึ่งแสดงให้เห็นภาพช่วงเวลาของการก่อการร้ายที่กำหนดต่อเหยื่อที่สามารถระบุตัวตนได้ ไม่ว่าในกรณีใดๆ แม้ว่าจะเป็นการแชร์เพื่อประณามหรือสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการโจมตีนั้นก็ตาม นอกจากนี้ ภายใต้มาตรฐานชุมชนว่าด้วยความรุนแรงและการยุยงของ Meta บริษัทจะลบ “เนื้อหาที่แสดงให้เห็นภาพการลักพาตัวหรือการพรากตัว หากชัดเจนว่าเนื้อหานั้นไม่ได้แชร์โดยเหยื่อหรือครอบครัวของเหยื่อเพื่อขอความช่วยเหลือ หรือแชร์เพื่อจุดประสงค์ด้านการให้ข้อมูล การประณาม หรือการสร้างความตระหนักรู้”
ในช่วงเริ่มต้นของการโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม Meta ได้เริ่มบังคับใช้นโยบายเกี่ยวกับองค์กรและบุคคลที่เป็นอันตรายอย่างเข้มงวดกับวิดีโอที่แสดงช่วงเวลาจากการโจมตีเหยื่อแต่ละบุคคลที่ปรากฏภาพให้เห็นได้ชัด Meta อธิบายแนวทางนี้ไว้ในโพสต์ห้องข่าวของตนเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม โดยกล่าวว่าบริษัททำเช่นนั้น “เพื่อให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ที่ถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัว” ดังนั้น เนื้อหาทั้ง 2 ชิ้นในทั้ง 2 กรณีนี้จึงถูกลบออกเนื่องจากเป็นการละเมิดนโยบายเกี่ยวกับองค์กรและบุคคลที่เป็นอันตรายของ Meta
หลังจากคำตัดสินนี้ สำนักข่าวหลายแห่งได้เริ่มแพร่ภาพฟุตเทจที่เกี่ยวข้อง และผู้ใช้ก็เริ่มโพสต์เนื้อหาที่คล้ายกันเพื่อสร้างความตระหนักรู้และประณามการโจมตีดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ ในวันที่หรือประมาณวันที่ 20 ตุลาคม Meta จึงได้แก้ไขปรับปรุงนโยบายของบริษัทเพื่ออนุญาตให้ผู้ใช้สามารถแชร์ฟุตเทจนี้ได้เฉพาะในบริบทของการสร้างความตระหนักรู้หรือเพื่อประณามความโหดร้ายเท่านั้น และได้ใช้หน้าจอคำเตือนเพื่อแจ้งให้ผู้ใช้ทราบว่าฟุตเทจดังกล่าวอาจเป็นเนื้อหาที่รบกวนจิตใจ Meta เผยแพร่การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ไว้ในการแก้ไขปรับปรุงเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมของโพสต์ห้องข่าวเดิมจากวันที่ 13 ตุลาคม (ดูข้อมูลเพิ่มเติมและความเป็นมาได้ในกรณีตัวประกันที่ถูกลักพาตัวจากอิสราเอล)
ในตอนแรก Meta ได้ลบเนื้อหาทั้ง 2 ชิ้นจากทั้ง 2 กรณีออกจาก Facebook โดยผู้ใช้รายดังกล่าวได้อุทธรณ์คำตัดสินของ Meta ต่อคณะกรรมการ หลังจากที่คณะกรรมการได้หยิบยกกรณีเหล่านี้มาให้ Meta ตรวจสอบ บริษัทก็ได้ลงความเห็นว่าโพสต์ดังกล่าวไม่ได้ละเมิดนโยบายอีกต่อไป เนื่องจากมีการแก้ไขปรับปรุงข้ออนุญาต พร้อมทั้งกู้คืนทั้ง 2 โพสต์ที่ลบไป
อำนาจดำเนินการและขอบเขตของคณะกรรมการ
คณะกรรมการมีอำนาจในการทบทวนคำตัดสินของ Meta หลังจากได้รับอุทธรณ์จากเจ้าของเนื้อหาที่ถูกลบออก (กฎบัตรข้อที่ 2 ส่วนที่ 1 และกฎข้อบังคับข้อที่ 3 ส่วนที่ 1)
เมื่อ Meta ยอมรับว่าตัดสินผิดพลาดและกลับคำตัดสินที่มีต่อกรณีหนึ่งๆ ที่คณะกรรมการกำลังทบทวนอยู่ คณะกรรมการสามารถเลือกตัดสินแบบรวบรัดกับกรณีนั้นๆ ได้ (กฎข้อบังคับข้อที่ 2 ส่วนที่ 2.1.3) โดยคณะกรรมการจะทบทวนคำตัดสินเดิมเพื่อให้เข้าใจถึงกระบวนการควบคุมเนื้อหามากขึ้น ทั้งนี้เพื่อลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความเป็นธรรมให้แก่ผู้ใช้ Facebook และ Instagram
นัยสำคัญของกรณี
ทั้ง 2 กรณีนี้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในความสามารถของ Meta ที่จะบังคับใช้เนื้อหาในสถานการณ์ความขัดแย้งที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ตามที่คณะกรรมการลงความเห็นในคำตัดสินแบบเร่งด่วนต่อกรณี “ตัวประกันที่ถูกลักพาตัวจากอิสราเอล” นโยบายเริ่มต้นของ Meta ที่ห้ามไม่ให้มีเนื้อหาที่แสดงภาพตัวประกันนั้นเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของตัวประกันเหล่านั้นและมีเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่าตัวประกันจะไม่ต้องเผชิญกับความสงสัยใคร่รู้ของสาธารณชน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการยังลงความเห็นด้วยว่าในกรณีพิเศษที่เนื้อหามีสาธารณประโยชน์ที่มีแรงจูงใจมากพอหรือมีความสำคัญต่อชีวิตของตัวประกัน ย่อมสมเหตุสมผลที่จะบังคับใช้ข้อยกเว้นแบบจำกัดเป็นการชั่วคราวได้ เมื่อพิจารณาตามบริบทแล้ว การกู้คืนเนื้อหาประเภทนี้ให้กลับมาอยู่บนแพลตฟอร์มพร้อมเพิ่มหน้าจอคำเตือน “ทำเครื่องหมายว่ารบกวนจิตใจ” นั้นสอดคล้องกับนโยบายเนื้อหา ค่านิยม และความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนของ Meta อีกทั้งจะสอดคล้องกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและแนวทางปฏิบัติในการเก็บรักษาเอกสารบันทึกข้อกล่าวหาด้านการละเมิดเพื่อการพิจารณาความรับผิดชอบในอนาคต ตลอดจนการเพิ่มความตระหนักรู้ของสาธารณชน ในกรณีดังกล่าว คณะกรรมการยังตั้งข้อสังเกตอีกด้วยว่า Meta ใช้เวลานานเกินไปในการนำข้อยกเว้นนี้ไปปรับใช้กับผู้ใช้ทุกราย และแนวทางการควบคุมเนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของบริษัทในระหว่างความขัดแย้งนั้นมาพร้อมกับการขาดความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการเคยออกคำแนะนำซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ คณะกรรมการแนะนำให้ Meta ประกาศข้อยกเว้นสำหรับมาตรฐานชุมชน โดยระบุ “ระยะเวลาของข้อยกเว้นและข้อความแจ้งการหมดเวลา เพื่อให้ผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มได้รับแจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อนุญาตการแสดงออกบางอย่าง” (สโลแกนจากการประท้วงในอิหร่าน คำแนะนำที่ 5) ซึ่ง Meta ได้นำคำแนะนำนี้ไปปรับใช้แล้วเป็นบางส่วน ดังที่แสดงให้เห็นผ่านข้อมูลที่เผยแพร่ นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้คณะกรรมการยังได้แนะนำให้ Meta เก็บรักษาหลักฐานของอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นเอาไว้ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาความรับผิดชอบในอนาคต (วิดีโอที่มีเนื้อหารุนแรงในประเทศซูดาน คำแนะนำที่ 1 และวิดีโอเชลยสงครามชาวอาร์เมเนีย คำแนะนำที่ 1) ซึ่ง Meta ได้ตกลงที่จะนำคำแนะนำนี้ไปปรับใช้ และยังอยู่ระหว่างดำเนินงานดังกล่าว คณะกรรมการเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ Meta จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนจะมีการบังคับใช้อย่างถูกต้องแม่นยำบนแพลตฟอร์มของตน
คำตัดสิน
คณะกรรมการกลับคำตัดสินเดิมของ Meta ที่ให้ลบเนื้อหาทั้ง 2 ชิ้นออก คณะกรรมการรับทราบที่ Meta ได้แก้ไขข้อผิดพลาดของตนที่เกิดขึ้นในตอนแรกเมื่อคณะกรรมการได้หยิบยกทั้ง 2 กรณีนี้มาให้ Meta ตรวจสอบ
Retour aux décisions de cas et aux avis consultatifs politiques