Confirmé
เภสัชภัณฑ์ในศรีลังกา
9 mars 2023
คณะกรรมการกำกับดูแลยืนตามคำตัดสินของ Meta ในการปล่อยให้โพสต์บน Facebook ที่ขอรับบริจาคยาทางเภสัชกรรมให้กับศรีลังกาในช่วงที่ประเทศประสบวิกฤตทางการเงินนั้นแสดงบนแพลตฟอร์มตามเดิม
คำตัดสินนี้ยังมีในภาษาสิงหลและทมิฬเช่นกัน
මෙම තීරණය සිංහල භාෂාවෙන් කියවීමට මෙතන ක්ලික් කරන්න.
இந்த முடிவைத் தமிழில் படிக்க இங்கே கிளிக் செய்யவும்.
ข้อมูลโดยสรุปของกรณี
คณะกรรมการกำกับดูแลยืนตามคำตัดสินของ Meta ในการปล่อยให้โพสต์บน Facebook ที่ขอรับบริจาคยาทางเภสัชกรรมให้กับศรีลังกาในช่วงที่ประเทศประสบวิกฤตทางการเงินนั้นแสดงบนแพลตฟอร์มตามเดิม อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการมองว่าข้อยกเว้นตามดุลยพินิจที่เก็บเป็นความลับนั้นไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนของ Meta และได้ให้คำแนะนำเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความสม่ำเสมอสำหรับข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ข้ออนุญาตนี้จะให้อนุญาตให้มีเนื้อหาที่เมื่อตีความตามนโยบายอย่างเคร่งครัดแล้วก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ขัดแย้งกับจุดประสงค์ของนโยบายนั้นได้
เกี่ยวกับกรณี
ในเดือนเมษายน 2022 มีการโพสต์รูปภาพลงบนเพจ Facebook ของสหภาพแรงงานบุคลากรทางการแพทย์ในศรีลังกา ซึ่งเป็นรูปที่ขอให้ผู้คนร่วมบริจาคยาและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับศรีลังกา รวมถึงมีการใส่ลิงก์สำหรับบริจาคไว้ด้วย
ในขณะนั้นศรีลังกากำลังประสบวิกฤตทางการเมืองและทางการเงินอย่างรุนแรง ซึ่งทำให้ศรีลังกาไม่มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศคงเหลือ ด้วยเหตุนี้ ศรีลังกาซึ่งนำเข้าเวชภัณฑ์ถึง 85% จึงไม่มีเงินทุนคงเหลือเพื่อนำเข้ายา แพทย์หลายรายได้รายงานว่าโรงพยาบาลหลายแห่งเริ่มขาดแคลนยารักษาและอุปกรณ์จำเป็น อีกทั้งยังกล่าวว่าพวกเขาเกรงว่าจะเกิดหายนะด้านสุขภาพขึ้นในเวลาอันใกล้
ทีมของ Meta ที่รับผิดชอบในการติดตามความเสี่ยงในช่วงที่ศรีลังกาประสบวิกฤตเป็นผู้ระบุเนื้อหาในกรณีนี้ บริษัทมองว่าโพสต์ดังกล่าวได้ละเมิดมาตรฐานชุมชนด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัดซึ่งห้ามไม่ให้โพสต์เนื้อหาขอรับยาทางเภสัชกรรม ทั้งนี้ก็ได้บังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ในวงกว้าง
ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” จะอนุญาตให้สามารถโพสต์เนื้อหาได้ เมื่อผลลัพธ์จากการตีความตามกฎอย่างเคร่งครัดนั้นขัดกับเหตุผลสำหรับนโยบายและค่านิยมของ Meta ข้ออนุญาตในวงกว้างจะมีผลบังคับใช้กับเนื้อหาในทุกหมวดหมู่ ไม่ใช่เพียงโพสต์ใดโพสต์หนึ่ง เหตุผลสำหรับนโยบายด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัดจะรวมถึง “การส่งเสริมความปลอดภัย” Meta ส่งต่อกรณีนี้ให้กับคณะกรรมการ
ข้อมูลสำคัญที่พบ
คณะกรรมการกำกับดูแลมองว่าโพสต์ดังกล่าวละเมิดมาตรฐานชุมชนด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัด อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการมองว่าการบังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ในวงกว้างเพื่อให้อนุญาตแก่เนื้อหานี้และเนื้อหาที่คล้ายกันนั้นเป็นการดำเนินการที่เหมาะสม ตลอดจนสอดคล้องกับค่านิยมและความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนของ Meta
ในบริบทของวิกฤตในศรีลังกา ซึ่งสุขภาพและความปลอดภัยของผู้คนตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่งยวด ข้ออนุญาตดังกล่าวจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมาตรฐานชุมชนว่าด้วย “การส่งเสริมความปลอดภัย” และสิทธิมนุษยชนต่อสุขภาพ แม้ว่าการอนุญาตให้มีการบริจาคยาอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงขึ้น แต่เมื่อพิจารณาถึงความต้องการอย่างเฉียบพลันในศรีลังกาแล้ว การที่ Meta ดำเนินการดังกล่าวก็มีเหตุผลอันชอบธรรม
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการมีความกังวลเกี่ยวกับการที่ Meta ได้ระบุว่า “อาจ” บังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” กับเนื้อหาที่โพสต์ในภาษาสิงหลซึ่งอยู่นอกศรีลังกาเพิ่มเติมจากพื้นที่ในศรีลังกา Meta ควรระบุอย่างชัดเจนว่าบริษัทบังคับใช้ข้ออนุญาตในพื้นที่ใด นอกจากนี้ บริษัทยังควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้ออนุญาตในวงกว้างนั้นจะต้องคำนึงถึงชาติพันธุ์และความหลากหลายทางภาษาของผู้คนที่ข้ออนุญาตนั้นอาจส่งผลกระทบ ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติโดยไม่ตั้งใจขึ้น ศรีลังกามีภาษาราชการอยู่ 2 ภาษาได้แก่ภาษาสิงหลและภาษาทมิฬ โดยภาษาทมิฬเป็นภาษาที่คนกลุ่มน้อยชาวทมิฬและชาวมุสลิมใช้กันอย่างแพร่หลาย
นอกจากนี้ คณะกรรมการยังมองว่าหากบริษัทต้องการปฏิบัติตามความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน ทาง Meta ควรดำเนินการเพื่อทำให้ผู้ใช้เข้าใจข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนดำเนินการเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการบังคับใช้อย่างสม่ำเสมอ
ผู้ใช้ที่รายงานเนื้อหาจะไม่ได้รับการแจ้งเตือนเมื่อเนื้อหาดังกล่าวได้รับประโยชน์จากข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ตลอดจนไม่มีทางที่ผู้ใช้จะทราบได้เลยว่ามีข้อยกเว้นนี้อยู่ เนื่องจากไม่ได้มีการกล่าวถึงข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ไว้ในมาตรฐานชุมชน และ Meta เองก็ไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับข้ออนุญาตนี้ไว้ในศูนย์ความโปร่งใสอย่างที่บริษัทได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับข้อยกเว้นบนพื้นฐานของความน่าสนใจไว้ ซึ่งส่วนหนึ่งนั้นเป็นการเผยแพร่ตามคำแนะนำจากคณะกรรมการ ข้อยกเว้นตามดุลยพินิจที่เก็บเป็นความลับตามนโยบายของ Meta ไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนของ Meta
ไม่มีเกณฑ์อย่างชัดเจนที่จะกำกับดูแลว่าจะบังคับใช้และยุติข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” เมื่อใด คณะกรรมการเน้นยำถึงความสำคัญของเกณฑ์ดังกล่าวเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทมีคำตัดสินที่สม่ำเสมอ และแนะนำให้ Meta เผยแพร่เป็นสาธารณะ นอกจากนี้ คณะกรรมการยังมองว่าหาก Meta ใช้ข้ออนุญาตเพื่อจุดประสงค์แบบเดียวกันเป็นประจำ บริษัทก็ควรจะประเมินว่าจำเป็นต้องใช้ข้อยกเว้นต่างหากกับนโยบายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
คำตัดสินของคณะกรรมการกำกับดูแล
คณะกรรมการกำกับดูแลยืนตามคำตัดสินของ Meta ในการปล่อยให้โพสต์บน Facebook แสดงบนแพลตฟอร์มตามเดิม
นอกจากนี้ คณะกรรมการแนะนำให้ Meta ดำเนินการดังต่อไปนี้
- เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ในศูนย์ความโปร่งใสของบริษัท ซึ่งจะรวมถึงเกณฑ์ที่ Meta ใช้เพื่อตัดสินใจว่าจะขยายขอบเขตของข้ออนุญาตหรือไม่
- อธิบายไว้ในมาตรฐานชุมชนว่าอาจมีการบังคับใช้ข้ออนุญาตนั้นเมื่อผลลัพธ์จากการตีความตามกฎอย่างเคร่งครัดนั้นขัดกับเหตุผลสำหรับนโยบายและค่านิยมของ Meta ทั้งนี้ ควรเชื่อมโยงกับข้อมูลเกี่ยวกับข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ในศูนย์ความโปร่งใส
- แจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบเมื่อเนื้อหาที่ตนได้รายงานนั้นได้รับประโยชน์จากข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย”
- เผยแพร่ข้อมูลแบบรวมเกี่ยวกับข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ที่ได้บังคับใช้ให้เป็นสาธารณะในศูนย์ความโปร่งใส ซึ่งจะรวมถึงจำนวน ภูมิภาค และภาษาที่ได้รับผลกระทบ
*ข้อมูลโดยสรุปของกรณีจะกล่าวถึงภาพรวมของกรณีนี้และไม่อาจถือเป็นบรรทัดฐาน
คำตัดสินฉบับสมบูรณ์ของกรณี
1. ข้อมูลโดยสรุปของคำตัดสิน
คณะกรรมการยืนตามคำตัดสินของ Meta ในการปล่อยให้โพสต์บน Facebook ซึ่งขอรับบริจาคยาทางเภสัชกรรมในศรีลังกาแสดงบนแพลตฟอร์มตามเดิม แม้เนื้อหาจะละเมิดมาตรฐานชุมชนด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัด แต่ระบบก็จะยังปล่อยให้เนื้อหานั้นแสดงบน Facebook ตามเดิม ซึ่งเป็นผลลัพธ์มาจากข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ในวงกว้างซึ่ง Meta เป็นผู้บังคับใช้ ข้ออนุญาตนี้ให้อนุญาตแก่เนื้อหาที่ต้องการบริจาค ให้ของขวัญ หรือขอรับยาทางเภสัชกรรมในศรีลังกาในระหว่างวันที่ 27 เมษายนถึง 10 พฤศจิกายน 2565 คณะกรรมการมองว่าข้ออนุญาตนี้นั้นเหมาะสมเมื่อพิจารณาจากวิกฤตทางการเมือง เศรษฐกิจ และสาธารณสุขอย่างรุนแรงที่ประเดประดังเข้ามา ทั้งนี้คณะกรรมการร้องขอให้ Meta ให้ข้อมูลกับผู้ใช้มากขึ้นเกี่ยวกับวิธีบังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เกิดวิกฤต
2. คำอธิบายและภูมิหลังของกรณี
ในเดือนเมษายน 2565 ผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้โพสต์รูปภาพลงในเพจ Facebook ของสหภาพแรงงานบุคลากรทางการแพทย์ในศรีลังกา โดยรูปภาพดังกล่าวประกอบไปด้วยปุ่มที่มีข้อความว่า “บริจาค” และคำบรรยายในภาษาอังกฤษที่ระบุว่าผู้คนจะสามารถบริจาคยาและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ไปยังศรีลังกาได้แล้วในขณะนี้โดยการคลิกลิงก์ที่ให้ไว้ ลิงก์ในคำบรรยายนั้นจะนำไปที่หน้าในเว็บไซต์จากภายนอกของสหภาพแรงงาน โดยหน้าดังกล่าวจะอธิบายถึงวิกฤตที่เกิดขึ้นภายในภาคการสาธารณสุขของศรีลังกาและระบุว่าต้องการให้ผู้คนบริจาคยาทางเภสัชกรรมเพื่อช่วยเหลือระบบสาธารณสุข นอกจากนี้ หน้าเว็บดังกล่าวยังให้คำแนะนำแก่ผู้บริจาค ซึ่งจะรวมถึงการได้รับเอกสารต่อไปนี้ 1) จดหมายจากผู้รับยาที่บริจาค 2) ใบกำกับสินค้าพาณิชย์ที่ระบุประเภท ปริมาณ และมูลค่าของยา และ 3) รูปภาพสแกนของฉลากยา โพสต์ดังกล่าวมีการเข้าดูมากกว่า 80,000 ครั้งและมีการแชร์น้อยกว่า 1,000 ครั้งโดยยังไม่มีผู้ใดรายงานโพสต์ดังกล่าว
เนื้อหานี้ถูกโพสต์ในช่วงที่ศรีลังกาประสบวิกฤตทางการเงินอย่างรุนแรงทำให้ศรีลังกาไม่มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศคงเหลือ ชาวศรีลังกาจำนวนมากได้เข้าร่วมการประท้วงเพื่อต่อต้านคณะรัฐมนตรีจากการดำเนินบทบาทของคณะรัฐบาลในช่วงที่ศรีลังกาประสบวิกฤตทางเศรษฐกิจ ในเดือนมิถุนายน 2565 องค์การสหประชาชาติได้รายงานว่าประชากรราว 3 ใน 4 ได้ลดปริมาณอาหารที่ตนบริโภคลงเนื่องจากภาวะขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรงของศรีลังกา โดยศรีลังกาเป็นประเทศที่นำเข้าเวชภัณฑ์จากประเทศอื่นถึง 85 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากอินเดีย เนื่องจากศรีลังกาประสบกับวิกฤตค่าเงินจึงทำให้ไม่มีเงินทุนที่จะนำเข้ายาเหล่านี้ได้อีกต่อไป ในเดือนเมษายน 2565 แพทย์หลายรายทั่วศรีลังกาได้รายงานว่าโรงพยาบาลหลายแห่งเริ่มขาดแคลนยารักษาและอุปกรณ์จำเป็น อีกทั้งยังกล่าวว่าพวกเขาเกรงว่าจะเกิดหายนะด้านสุขภาพขึ้นในเวลาอันใกล้ ซึ่งส่งผลให้การทำหัตถการตามปกติถูกยกเลิกและแพทย์จำนวนมากเกรงว่าการเสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในเดือนกันยายน 2565 โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ในศรีลังกาได้ก้าวเข้ามาทำหน้าที่จัดหาและนำส่งยารักษาที่สำคัญและจำเป็น รวมถึงเวชภัณฑ์ให้กับศรีลังกา ซึ่งเป็นการร่วมมือกันกับองค์การอนามัยโลก (WHO) ในศรีลังกาโดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากกองทุนกลางเพื่อให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน (CERF) ขององค์การสหประชาชาติ
ทีมปฏิบัติการทั่วโลกของ Meta เป็นผู้ระบุเนื้อหาที่เป็นประเด็นในกรณีนี้ในช่วงที่มีการดำเนินงานเพื่อติดตามความเสี่ยงอันเกี่ยวข้องกับวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในศรีลังกา บริษัทระบุว่าโดยทั่วไปแล้วมักจะมีการดำเนินงานเพื่อติดตามประเภทนี้ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น ซึ่งได้รับการกระตุ้นให้ดำเนินการโดยความเชี่ยวชาญของทีมและการประเมินสถานการณ์นอกแพลตฟอร์มของทีม เนื้อหาของกรณีถูกส่งต่อเพื่อรับการตรวจสอบเพิ่มเติมถึง 2 ครั้งก่อนที่ทีมนโยบายด้านเนื้อหาของ Meta จะรับทราบเรื่อง
Meta ได้บังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ในวงกว้างที่มีกรอบเวลาชัดเจนเพื่อให้อนุญาตแก่โพสต์นี้ รวมถึงเนื้อหาอื่นๆ ซึ่งพยายามบริจาค ให้ของขวัญ หรือขอรับยาทางเภสัชกรรมในศรีลังกา Meta บังคับใช้ข้อยกเว้นตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” เมื่อการบังคับใช้มาตรฐานชุมชนที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่สอดคล้องกับเหตุผลและวัตถุประสงค์ของมาตรฐานดังกล่าว ข้ออนุญาตสำหรับนโยบายในวงกว้างคือข้ออนุญาตทั่วไปที่มีผลบังคับใช้กับเนื้อหาทุกประเภทที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เฉพาะทีมภายในของ Meta ในขั้นการส่งเรื่องต่อที่สามารถบังคับใช้ข้ออนุญาตเหล่านี้ เมื่อบังคับใช้ข้ออนุญาตแล้ว ผู้ตรวจสอบที่ดูแลเนื้อหาในวงกว้างจะเป็นผู้ใช้บังคับข้ออนุญาตสำหรับนโยบายในวงกว้าง ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ถูกบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565 โดยบังคับใช้เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ (มีผลตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2565 จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2565) หลังจากที่มีการตรวจสอบและต่ออายุเป็นระยะ ข้ออนุญาตเหล่านี้ก็ได้รับการขยายระยะเวลาเป็นจำนวนหลายครั้ง
นับตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 หลังจากที่ข้ออนุญาตนั้นสิ้นสุดลง Meta ได้ตรวจสอบเนื้อหาที่หมดที่พยายามบริจาค ให้ของขวัญ หรือขอรับยาทางเภสัชกรรมในศรีลังกาตามนโยบายด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัด ตลอดจนบังคับใช้นโยบายแบบไม่มีข้ออนุญาตใดๆ
Meta ได้ส่งต่อกรณีนี้ให้กับคณะกรรมการ โดยระบุว่ากรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่ยาก เนื่องจากจะต้องรักษาสมดุลของค่านิยมที่ขัดแย้งกันระหว่าง “ความปลอดภัย” และ “ความคิดเห็น” และระบุว่ากรณีนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับวิกฤตทางการเงินของศรีลังกา ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตที่ป้องกันได้อันเนื่องมาจากการขาดยารักษาโรค Meta ได้ขอให้คณะกรรมการประเมินวิธีที่บริษัทได้บังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” สำหรับนโยบายด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัด ซึ่งมีผลชั่วคราวและเจาะจงภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตหรือสถานการณ์ความขัดแย้ง
3. อำนาจดำเนินการและขอบเขตของคณะกรรมการกำกับดูแล
คณะกรรมการมีอำนาจที่จะทบทวนคำตัดสินที่ Meta ส่งมาให้ตรวจสอบ (กฎบัตรข้อที่ 2 ส่วนที่ 1 และกฎข้อบังคับข้อที่ 2 ส่วนที่ 2.1.1) คณะกรรมการสามารถร้องขอให้ Meta ส่งต่อคำติดสินให้กับคณะกรรมการ
คณะกรรมการสามารถยืนตามหรือกลับคำตัดสินของ Meta (กฎบัตรข้อที่ 3 ส่วนที่ 5) โดยคำตัดสินของคณะกรรมการจะมีผลผูกพันกับบริษัท (กฎบัตรข้อที่ 4) นอกจากนี้ Meta ยังต้องประเมินความเป็นไปได้ในการปรับใช้คำตัดสินของคณะกรรมการกับเนื้อหาที่เหมือนกันในบริบทที่คล้ายกันอีกด้วย (กฎบัตรข้อที่ 4) ทั้งนี้ คำตัดสินของคณะกรรมการอาจมีคำแถลงเพื่อให้คำแนะนำด้านนโยบายที่ประกอบด้วยคำแนะนำที่ไม่มีผลผูกพันซึ่ง Meta จำเป็นต้องตอบสนอง (กฎบัตรข้อที่ 3 ส่วนที่ 4 และข้อที่ 4) โดยหาก Meta ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการตามคำแนะนำ คณะกรรมการจะติดตามการนำคำแนะนำนั้นไปใช้
4. แหล่งที่มาของอำนาจดำเนินการและคำแนะนำ
การวิเคราะห์ของคณะกรรมการในกรณีนี้พิจารณาตามมาตรฐานและแบบอย่างต่อไปนี้
I. คำตัดสินของคณะกรรมการกำกับดูแล:
คำตัดสินครั้งก่อนหน้าของคณะกรรมการกำกับดูแลที่มีความเกี่ยวข้องมากที่สุด ได้แก่
- “สโลแกนจากการประท้วงในอิหร่าน” ( 2022-013-FB-UA): กรณีนี้จะเกี่ยวข้องกับวิธีที่บริษัทสามารถบังคับใช้ข้ออนุญาตสำหรับนโยบายข้ออื่นซึ่งมีอำนาจเหนือกว่าของ Meta และข้ออนุญาตบนพื้นฐานของความน่าสนใจในช่วงที่เกิดวิกฤตขึ้น คณะกรรมการแนะนำให้ Meta ให้ข้อมูลแก่สาธารณะเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้ออนุญาตบนพื้นฐานของความน่าสนใจซึ่งมีการบังคับใช้ และแนะนำให้บริษัทประกาศด้วยว่าได้เริ่มนำข้ออนุญาตเหล่านี้มาบังคับใช้เมื่อใด
- “การประท้วงในโคลอมเบีย” (2021-010-FB-UA): กรณีนี้เกี่ยวข้องกับข้ออนุญาตที่บังคับใช้บนพื้นฐานของความน่าสนใจ คณะกรรมการแนะนำให้ Meta “แจ้งให้ผู้ใช้ทุกคนที่รายงานเนื้อหาเข้ามาทราบว่าเนื้อหาใดได้รับการประเมินว่าละเมิดนโยบายแต่ยังคงอยู่บนแพลตฟอร์มต่อไปได้เพื่อสาธารณประโยชน์ เนื่องจากมีการบังคับใช้ข้ออนุญาตบนพื้นฐานของความน่าสนใจกับโพสต์ดังกล่าว ข้อความแจ้งควรลิงก์ไปยังคำอธิบายในศูนย์ความโปร่งใสเกี่ยวกับข้ออนุญาตบนพื้นฐานของความน่าสนใจ”
- “การระงับบัญชีของนายทรัมป์ อดีตประธานาธิบดี” ( 2021-001-FB-FBR): กรณีนี้เกี่ยวข้องกับวิธีที่ Meta รับมือกับวิกฤตและบังคับใช้ข้อยกเว้นด้านนโยบาย คณะกรรมการได้แนะนำให้ Meta “กำหนดและเผยแพร่นโยบายที่กำกับดูแลการรับมือวิกฤตหรือสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งเป็นภาวะหรือสถานการณ์ที่กระบวนการตามปกติของบริษัทไม่อาจป้องกันหรือหลีกเลี่ยงอันตรายอันใกล้ได้”
II. นโยบายด้านเนื้อหาของ Meta:
มาตรฐานชุมชนด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัด
ภายใต้มาตรฐานชุมชนด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัด Meta “ห้ามไม่ให้บุคคล ผู้ผลิต และผู้ค้าปลีกดำเนินการซื้อ, ขาย, จับฉลาก, ให้ของขวัญ, ส่งต่อหรือแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการบางรายการ” ซึ่งจะรวมถึง “พยายามบริจาคหรือให้ยาทางเภสัชกรรมเป็นของขวัญ” รวมถึงคำขอรับ “ยาทางเภสัชกรรม เว้นเสียแต่ว่าเนื้อหาดังกล่าวจะพูดคุยเกี่ยวกับราคา ความสามารถในการเข้าถึง หรือประสิทธิผลของยาทางเภสัชกรรมในบริบททางการแพทย์” เหตุผลสำหรับนโยบายของมาตรฐานชุมชนนี้จะเป็นไปเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยและยับยั้งกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายไปพร้อมกัน ภายใต้มาตรฐานชุมชนนี้ “ยาทางเภสัชกรรม” หมายถึง “ยาที่ต้องจำหน่ายตามใบสั่งแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์เป็นผู้สั่ง”
ข้ออนุญาตตามเจตนารมณ์ของนโยบาย
Meta สามารถบังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” กับเนื้อหาได้เมื่อผลลัพธ์จากการตีความตามกฎอย่างเคร่งครัด (กฎที่กำหนดไว้ในส่วน “ห้ามโพสต์” และในรายการเนื้อหาที่ไม่ได้รับอนุญาต) นั้นขัดกับเหตุผลสำหรับนโยบาย (ข้อความที่กล่าวถึงมาตรฐานชุมชนแต่ละข้อ) และค่านิยมของ Meta
ในกรณีนี้ Meta ได้บังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” เพื่อให้อนุญาตแก่เนื้อหาที่ต้องการบริจาค ให้ของขวัญ หรือขอรับยาทางเภสัชกรรมในศรีลังกา โดยบริษัทบังคับใช้ข้ออนุญาตนี้เนื่องจากเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจและมีความต้องการยารักษาอย่างเฉียบพลัน ในคำตอบของ Meta ต่อคณะกรรมการ ทาง Meta ระบุว่าข้ออนุญาตนั้นบังคับใช้กับเนื้อหาที่โพสต์ในศรีลังกาและระบุว่า “อาจรวมถึงเนื้อหาที่โพสต์ในภาษาสิงหลซึ่งอยู่นอกศรีลังกา” เนื่องจาก “การกำหนดเส้นทางของพื้นที่” ทั้งนี้ Meta ไม่ได้กล่าวถึงการบังคับใช้ข้ออนุญาตนอกเหนือศรีลังกากับเนื้อหาที่โพสต์ในภาษาทมิฬ ซึ่งเป็นภาษาราชการอีกภาษาหนึ่งของศรีลังกา
การวิเคราะห์ของคณะกรรมการนั้นพิจารณาตามค่านิยมของ Meta ด้าน “ความคิดเห็น” ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็น “สิ่งสำคัญสูงสุด” และค่านิยมด้าน “ความปลอดภัย”
III. ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนของ Meta
หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNGP) ที่ได้รับการสนับสนุนโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในปี 2554 กำหนดกรอบการทำงานตามความสมัครใจสำหรับความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนของธุรกิจเอกชน ในปี 2564 Meta ได้ประกาศนโยบายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนขององค์กร โดยเน้นย้ำคำมั่นของตนในการเคารพสิทธิมนุษยชนตาม UNGP
คณะกรรมการได้วิเคราะห์ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนของ Meta ในกรณีนี้โดยพิจารณาตามมาตรฐานสากลในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
- สิทธิต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก: กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อที่ 19 (ICCPR), ความคิดเห็นทั่วไปหมายเลข 34, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน, 2554; รายงานจากผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก ได้แก่ A/HRC/38/35 (2561) และ A/74/486 (2562)
- สิทธิต่อชีวิต: ICCPR ข้อที่ 6
- สิทธิต่อสุขภาพ: กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) ข้อ 12; ความคิดเห็นทั่วไปหมายเลข 14, คณะกรรมการเกี่ยวกับสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม, (2543)
5. ข้อมูลที่ผู้ใช้ส่งมา
ผู้เขียนโพสต์ได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการทบทวนของคณะกรรมการและได้รับโอกาสในการยื่นคำแถลงต่อคณะกรรมการ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้รายดังกล่าวไม่ได้ส่งคำแถลงใดๆ
6. ข้อมูลที่ Meta ส่งมา
Meta ให้คำอธิบายกับคณะกรรมการว่าแม้มาตรฐานชุมชนของบริษัทจะไม่ให้อนุญาตแก่เนื้อหาที่ขอรับยาทางเภสัชกรรม แต่บริษัทตัดสินว่าความต้องการ “ยาทางเภสัชกรรมที่เป็นผลมาจากวิกฤตทางเศรษฐกิจในศรีลังกานั้นเป็นเหตุผลอันชอบธรรมสำหรับการบังคับใช้ข้ออนุญาตภายใต้เหตุผลสำหรับนโยบายของนโยบายสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัด” เหตุผลนี้ระบุว่าเป้าหมายของนโยบายนี้คือ “เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยและยับยั้งกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย” นอกจากนี้ Meta ยังระบุไว้อีกว่าคำตัดสินในการบังคับใช้ข้ออนุญาตในวงกว้างนี้เป็นสิ่งที่ “มีความท้าทายอย่างมาก” เนื่องจาก Meta จำเป็นต้อง “รักษาสมดุลระหว่างความต้องการของชาวศรีลังกาในช่วงที่เกิดวิกฤตกับอันตรายจากการอนุญาตให้ผู้คนแบ่งปันและแลกเปลี่ยนยาที่อาจก่อให้เกิดอันตราย” บนแพลตฟอร์มของบริษัท นอกจากนี้ Meta ยังระบุอีกว่าในหลายๆ ประเทศซึ่งรวมทั้งศรีลังกานั้นมี “กฎหมายว่าด้วยการกระจายยาซึ่งกำหนดไว้อย่างกว้างๆ ว่าการขาย การขนส่ง หรือการส่งต่อสารควบคุมนั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย” อย่างไรก็ตาม บริษัทอ้างว่าคำตัดสินในการบังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ในกรณีนี้จะยังเป็นการส่งเสริมวัตถุประสงค์อันชอบธรรมในด้านความปลอดภัยของผู้ใช้และการคุ้มครองด้านสาธารณสุขจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่มาพร้อมกับการขาดแคลนยาทางการแพทย์ในศรีลังกา
Meta เชื่อว่าคำตัดสินนั้นสอดคล้องกับค่านิยมของบริษัท รวมถึงสอดคล้องกับหลักการด้านสิทธิมนุษยชนสากลว่าด้วยการคุ้มครองด้านสาธารณสุข Meta ให้ตัวอย่างสำหรับข้ออนุญาตข้ออื่นที่บังคับใช้ที่ให้อนุญาตการบริจาคทางเภสัชกรรม ซึ่งจะรวมถึง (a) ข้ออนุญาตระยะเวลา 3 เดือนในคิวบาในปี 2565 ซึ่งอิงตามการขาดแคลนยารักษาอย่างเฉียบพลันที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตทางเศรษฐกิจ, (b) ข้ออนุญาตระยะเวลา 9 เดือนในเลบานอนในปี 2564 ซึ่งอิงตามการขาดแคลนและเรื่องที่ไม่สามารถซื้อยารักษาในช่วงที่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ และ (c) ข้ออนุญาตที่ยังคงมีผลบังคับใช้ในยูเครนตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งอิงตามการหยุดชะงักของอุปทานที่เป็นผลมาจากการรุกรานของรัสเซีย
Meta กล่าวว่าบริษัทได้บังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” โดยจำกัดไว้เฉพาะยารักษาและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 รวมถึง “ให้อนุญาตเนื้อหาที่บริจาคและชักชวนให้บริจาคออกซิเจนเกรดที่ใช้ทางการแพทย์ในอัฟกานิสถาน (1 เดือน), อินโดนีเซีย (1 เดือน) และเมียนมา (5 เดือน) รวมถึงเนื้อหาที่เสนอบริจาคหรือชักชวนให้บริจาคยาเรมเดซิเวียร์ ฟาบิฟลู และโทซิลิซูแมบในอินเดีย (1 เดือน) และเนปาล (2 สัปดาห์)” นอกจากนี้ Meta ยังระบุอีกว่าในแต่ละสถานการณ์นั้นทางบริษัทก็จะยึดตาม “รายงานอิสระเพื่อตรวจสอบยืนยันวิกฤต”
ในการตอบคำถามจากคณะกรรมการของบริษัท Meta ได้อธิบายว่าเกณฑ์ที่ใช้เพื่อบังคับใช้และยุติข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ในวงกว้างในสถานการณ์วิกฤตนั้นจะแตกต่างกันออกไป โดยจะขึ้นอยู่กับลักษณะของนโยบายและบริบทของวิกฤตดังกล่าว บริษัทได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าคำตัดสินของบริษัทนั้นโดยทั่วไปแล้วจะอิงตามข้อมูลจากทีมภายนอก และในบางกรณีจะอิงตามข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก ในกรณีนี้ Meta ระบุว่าคำตัดสินของบริษัทได้รับอิทธิพลจากการมีอยู่ของ “วิกฤตที่ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด” ซึ่งรวมถึง “การรายงานข่าวและเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์” เกี่ยวกับการขาดแคลนยาทางการแพทย์ Meta ได้พิจารณาถึงประเด็นอย่าง “หน่วยงานทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือได้กล่าวถึงความต้องการด้านยาทางการแพทย์” ด้วย
นอกจากนี้ Meta ยังระบุไว้ในการตอบคำถามจากคณะกรรมการว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทขยาย-ขอบเขตของข้ออนุญาตที่ได้บังคับใช้ในจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และสัดส่วนการบังคับใช้ข้ออนุญาตเหล่านี้ในจำนวนเล็กน้อยนั้นมีความเกี่ยวข้องกับนโยบายด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัด เฉพาะทีมภายในของ Meta ในขั้น “การส่งเรื่องต่อ” ที่สามารถบังคับใช้ข้ออนุญาตสำหรับนโยบาย ข้ออนุญาตสำหรับนโยบายในวงกว้างคือข้ออนุญาตทั่วไปที่มีผลบังคับใช้กับเนื้อหาทุกประเภทที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้เมื่อผู้ตรวจสอบที่ดูแลเนื้อหาในวงกว้างตรวจสอบครั้งแรก ข้ออนุญาตที่ไม่ได้ขยายขอบเขตนั้นจะเป็นข้ออนุญาตสำหรับโพสต์ใดโพสต์หนึ่งโดยเฉพาะ
คณะกรรมการสอบถาม Meta เป็นลายลักษณ์อักษรทั้งหมด 9 คำถาม คำถามที่เกี่ยวข้องกับข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ในศรีลังกา และโปรโตคอลสำหรับวิกฤตของ Meta ตลอดจนแนวทางตามปกติของ Meta ในการเริ่มและยุติข้ออนุญาตตามเจตนารมณ์ของนโยบาย โดย Meta ตอบคำถามทุกข้ออย่างครบถ้วนสมบูรณ์
7. ความคิดเห็นสาธารณะ
คณะกรรมการกำกับดูแลได้รับความคิดเห็นสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ 3 รายการ ความคิดเห็น 2 รายการส่งมาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และความคิดเห็น 1 รายการมาจากลาตินอเมริกาและแคริบเบียน
ความคิดเห็นที่ส่งมีความครอบคลุมถึงประเด็นต่อไปนี้ ความเสี่ยงของการรับบริจาคยา อันตรายที่เกิดจาก Meta ไม่อนุญาตให้มีการประสานงานการรณรงค์การบริจาคทางเภสัชกรรมบนแพลตฟอร์มของบริษัท และความจำเป็นที่ต้องมีเกณฑ์ซึ่งเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจนเมื่อ Meta บังคับใช้ข้อยกเว้นในนโยบายของบริษัท
หากต้องการอ่านความคิดเห็นสาธารณะที่ส่งมาสำหรับกรณีนี้ โปรดคลิกที่นี่
8. การวิเคราะห์ของคณะกรรมการกำกับดูแล
คณะกรรมการเลือกกรณีนี้เนื่องจากคำตัดสินของ Meta ในการบังคับใช้ข้ออนุญาตสำหรับการบริจาคทางเภสัชกรรมในสถานการณ์วิกฤตจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเข้าถึงด้านสุขภาพและข้อมูลเกี่ยวกับวิกฤตทางสุขภาพในประเทศที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ กรณีดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้คณะกรรมการได้ประเมินแนวทางของ Meta สำหรับข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” และให้คำแนะนำเกี่ยวกับประเด็นนี้ ตลอดจนให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางในการใช้งานกฎของบริษัทแบบเจาะจงประเทศ คณะกรรมการพิจารณาว่าเนื้อหานี้ควรถูกลบออกหรือไม่โดยการวิเคราะห์นโยบายด้านเนื้อหา ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน และค่านิยมของ Meta นอกจากนี้ คณะกรรมการยังได้ประเมินผลกระทบของกรณีนี้สำหรับแนวทางที่กว้างขึ้นของ Meta ต่อการกำกับดูแลเนื้อหา
8.1 การปฏิบัติตามนโยบายด้านเนื้อหาของ Meta
คณะกรรมการมองว่าเนื้อหาในกรณีนี้ละเมิดข้อห้ามว่าด้วยเนื้อหาที่ “ขอรับยาทางเภสัชกรรม” ของมาตรฐานชุมชนด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัด อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการมองว่าการบังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ในวงกว้างเพื่อให้อนุญาตแก่โพสต์นี้ และเนื้อหาที่คล้ายกันแสดงอยู่บน Facebook ตามเดิมในช่วงเวลาที่ศรีลังกามีความต้องการอย่างเร่งด่วนนั้นเป็นการบังคับใช้อย่างเหมาะสม
I. กฎด้านเนื้อหา
นโยบายด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัดห้ามไม่ให้ “พยายามบริจาคหรือให้ยาทางเภสัชกรรมเป็นของขวัญ” รวมถึงโพสต์ที่ร้องขอรับยาทางเภสัชกรรม “เว้นเสียแต่ว่าเนื้อหาดังกล่าวจะพูดคุยเกี่ยวกับราคา ความสามารถในการเข้าถึง หรือประสิทธิผลของยาทางเภสัชกรรมในบริบททางการแพทย์”
คณะกรรมการเห็นว่าเนื้อหาในกรณีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานแบบประสานงานเพื่อการบริจาค อย่างไรก็ตาม ตัวเนื้อหาดังกล่าวไม่ได้ “พยายามบริจาคหรือให้ยาทางเภสัชกรรมเป็นของขวัญ” แต่เป็นการกระตุ้นให้ผู้คนบริจาคเวชภัณฑ์ ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการจึงมองว่าเนื้อหานี้เป็นการ “ขอรับยาทางเภสัชกรรม”
แนวทางภายในของ Meta สำหรับผู้ควบคุมเนื้อหาจะอธิบายเพิ่มเติมถึงการพูดคุยเรื่อง “ราคา” หมายถึงการกล่าวถึงส่วนลดหรือข้อเสนอ (ตัวอย่างเช่น “ยาตามใบสั่งแพทย์ลด $5”) เมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าของยาทางเภสัชกรรมทั่วไปกับยาทางเภสัชกรรมที่มีแบรนด์ หรือการทำรายการราคาของวัคซีน นอกเหนือจากนี้ เนื้อหาที่พูดคุยเกี่ยวกับความสามารถในการเข้าถึงในบริบททางการแพทย์อาจชี้ให้เห็นถึงคำแนะนำสำหรับวิธีรับมือกับภาวะทางการแพทย์ (ตัวอย่างเช่น “หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับอาการภูมิแพ้ ให้ไปซื้อเมทิลเพรดนิโซโลนที่ร้านขายยา ABC”) โดยเนื้อหานี้ถูกโพสต์ในบริบทที่กล่าวว่าเกิดความเสี่ยงในด้านราคาและความสามารถในการเข้าถึงยาทางเภสัชกรรมในศรีลังกา อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการมองว่าเนื้อหาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับตัวอย่างของการพูดคุยเกี่ยวกับราคาและความสามารถในการเข้าถึง ซึ่งระบุไว้ในแนวทางภายในของ Meta ด้วยเหตุดังกล่าวเนื้อหานี้จึงละเมิดมาตรฐานชุมชน คณะกรรมการเห็นว่าตัวอย่างเหล่านี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อความในนโยบายด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัดซึ่งเผยแพร่ต่อสาธารณะ
เมื่ออิงตาม Meta บริษัทสามารถบังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” เมื่อผลลัพธ์จากการตีความกฎตามตัวอักษรนั้นขัดกับเหตุผลสำหรับนโยบายของมาตรฐานชุมชนที่เกี่ยวข้องและค่านิยมของ Meta นโยบายด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัดมีวัตถุประสงค์เพื่อ “ส่งเสริมความปลอดภัยและยับยั้งกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย” ในทำนองเดียวกัน Meta จะ “ลบเนื้อหาที่อาจมีส่วนชักนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพทางร่างกายของบุคคล” ซึ่งอยู่ภายใต้ค่านิยมด้าน “ความปลอดภัย”
ความปลอดภัยจำเป็นต้องใช้การพิจารณาที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบริบท ในช่วงเวลาเช่นนี้ในศรีลังกา มีวิกฤตเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันเนื่องมาจากการขาดแคลนยารักษาและการขาดแคลนนี้เองที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลสำคัญด้านความปลอดภัยสำหรับการอนุญาตให้มีการบริจาคทางเภสัชกรรมขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต WHO เตือนให้ระมัดระวังเกี่ยวกับยาทางเภสัชกรรมที่ได้รับบริจาคซึ่งอาจหมดอายุ จัดเก็บอย่างไม่เหมาะสม หรือสร้างภาระในด้านการตรวจสอบและการจัดเก็บที่มีค่าใช้จ่ายสูงแก่ประเทศที่เกิดวิกฤตอยู่แล้ว (องค์การอนามัยโลก, แนวทางการบริจาคยารักษา, หน้า 6) Meta ควรคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยเมื่อบังคับใช้ข้ออนุญาตสำหรับนโยบายด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัด นอกเหนือจากนี้ การอนุญาตให้ผู้ใช้แบ่งปันและแลกเปลี่ยนยาที่อาจก่อให้เกิดอันตรายบนแพลตฟอร์มของ Meta อาจส่งผลให้เกิดการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนยาเพื่อจุดประสงค์ที่ผิดกฎหมายหรืออันตรายได้
แม้พิจารณาถึงข้อกังวลที่สมเหตุสมผลเหล่านี้แล้ว แต่คณะกรรมการก็ยังมองว่าคำตัดสินของ Meta ในการบังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ในวงกว้างเพื่อให้อนุญาตแก่เนื้อหาที่ต้องการบริจาค ให้ของขวัญ หรือขอรับยาทางเภสัชกรรมในศรีลังกาเป็นการดำเนินการที่มีเหตุผลอันชอบธรรมเมื่อพิจารณาถึงวิกฤตทางเศรษฐกิจและการขาดแคลนเวชภัณฑ์ของศรีลังกาแล้ว เราควรยึดความต้องการที่เฉียบพลันกว่าในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงไว้เหนือกว่า ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิในการเข้าถึงสาธารณสุขอย่างน้อยที่สุดของผู้คนไว้ หน่วยงานที่มีความรับผิดชอบอื่นๆ สามารถลดข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดเก็บยา รวมถึงการใช้ยาในทางที่ผิดลงได้ เช่น หน่วยงานหรือองค์กรในพื้นที่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการกระจายยารักษาได้หากได้รับการแจ้งเตือนจาก Meta อย่างเหมาะสมเกี่ยวกับข้ออนุญาตสำหรับนโยบาย
II. การดำเนินการบังคับใช้
ในการตอบคำถามข้อหนึ่งจากคณะกรรมการ Meta ให้คำอธิบายว่าทีมภายในจำนวนมากอาจจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับคำตัดสินในการบังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” รวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับคำตัดสินในการยุติข้ออนุญาตดังกล่าว ซึ่งทีมเหล่านี้ประกอบไปด้วยทีมที่มีความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย สิทธิมนุษยชน และทีมแบบเจาะจงภูมิภาค เมื่อข้ออนุญาตมีกรอบเวลาที่ชัดเจน ทาง Meta จะประเมินข้ออนุญาตดังกล่าวเป็นระยะและจะตัดสินว่าจะต่ออายุหรือยุติข้ออนุญาตนี้ Meta ให้คำอธิบายว่าข้ออนุญาตในกรณีนี้ถูกยุติในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 หลังจากที่ทีมภายในของบริษัทได้สื่อสารกันว่า “วิกฤตทางการแพทย์ในศรีลังกาได้ทุเลาลงเสียจนความเสี่ยงของการใช้งานในทางที่ผิดที่อาจเกิดขึ้นจากการขอให้บริจาคยาทางการแพทย์แบบไม่มีการจำกัดขอบเขตบน Facebook นั้นมีน้ำหนักมากกว่าประโยชน์ที่เหลืออยู่” หลังจากคณะกรรมการได้ถามคำถามเพิ่มเติม ทาง Meta ให้คำอธิบายดังนี้
เกิดเหตุการณ์เกิดขึ้น 2 เหตุการณ์ซึ่งดูเหมือนว่าจะช่วยบรรเทาวิกฤตลง: (i) มีการบริจาคยารักษาจากหน่วยงานสำหรับการบริจาคแบบพหุภาคี องค์การนอกภาครัฐ และรัฐบาลซึ่งช่วยบรรเทาภาวะการขาดแคลนลง และ (ii) รัฐบาลรักษาการแทนใหม่ดำเนินการจัดลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายใหม่เพื่อให้ได้มาซึ่งยารักษาที่จำเป็น นอกจากนี้ เรายังเห็นว่ามีความคืบหน้าเชิงบวกอื่นๆ เกิดขึ้น เช่น โรงพยาบาลในพื้นที่จัดตั้งระบบแบบรวมศูนย์สำหรับการประสานงานด้านเวชภัณฑ์และมีวงเงินสินเชื่อใหม่จากหน่วยงานระหว่างประเทศและอินเดีย ซึ่งวงเงินสินเชื่อบางรายการใช้ไปกับการซื้อยารักษาโดยเฉพาะ
ในการตอบคำถามอีกข้อหนึ่งจากคณะกรรมการ ทาง Meta ให้คำอธิบายดังนี้
ข้ออนุญาตสำหรับนโยบายมีผลบังคับใช้กับพื้นที่ในศรีลังกาเท่านั้น เราไม่ได้ขยายไปบังคับใช้กับโพสต์ที่อยู่นอกพื้นที่นั้น แม้ว่าพื้นที่ในศรีลังกานั้นจะครอบคลุมถึงเนื้อหาที่โพสต์ในศรีลังกา แต่ด้วยการกำหนดเส้นทางของพื้นที่ของเราข้ออนุญาตยังอาจครอบคลุมถึงเนื้อหาที่โพสต์ในภาษาสิงหลที่อยู่นอกศรีลังกาด้วย
คณะกรรมการเห็นถึงความไม่แน่นอนของ Meta เกี่ยวกับข้ออนุญาตว่าแท้จริงแล้วมีผลบังคับใช้นอกศรีลังกาหรือไม่ และกระตุ้นให้บริษัทตรวจสอบระบบการบังคับใช้และหลักปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่า Meta อยู่ในจุดที่สามารถคาดการณ์ผลกระทบของข้ออนุญาตดังกล่าวได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ คณะกรรมการยังเห็นว่า Meta ดูเหมือนจะใช้งานข้ออนุญาตนี้แบบจำกัดกับพื้นที่ในศรีลังกาและกับภาษาสิงหล ศรีลังกามีภาษาราชการ 2 ภาษาคือภาษาสิงหลและทมิฬ ซึ่งภาษาทมิฬเป็นภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศและในกลุ่มที่พลัดถิ่น โดยเป็นภาษาที่ชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ทมิฬและมุสลิมใช้เป็นหลัก การบังคับใช้ข้ออนุญาตในวงกว้างควรคำนึงถึงชาติพันธุ์และความหลากหลายทางภาษาของผู้คนที่ข้ออนุญาตนั้นอาจส่งผลกระทบ ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติโดยไม่ตั้งใจขึ้น
III. ความโปร่งใส
คณะกรรมการเห็นว่า Meta ยังไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ในศูนย์ความโปร่งใสหรือในมาตรฐานชุมชนของบริษัท ผู้ใช้จะได้รับประโยชน์จากหน้าที่มีเกณฑ์ซึ่ง Meta ใช้เพื่อตัดสินว่าจะบังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” หรือไม่ ตลอดจนเมื่อใดที่ควรขยายขอบเขตของข้ออนุญาต นอกเหนือจากนี้ Meta ควรเผยแพร่ตัวอย่างของเนื้อหาที่จะได้รับประโยชน์จากข้ออนุญาตนี้ ท้ายที่สุด บริษัทควรเพิ่มรายการข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ทั้งหมดที่บริษัทได้บังคับใช้ในวงกว้างไว้ในศูนย์ความโปร่งใสพร้อมกับคำอธิบายว่าเพราะเหตุใดจึงบังคับใช้และยุติข้ออนุญาตเหล่านั้น นอกจากนี้ หน้านี้ในศูนย์ความโปร่งใสควรมีข้อมูลแบบรวมเกี่ยวกับข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ที่ได้บังคับใช้ ซึ่งรวมถึงจำนวนครั้งที่มีการบังคับใช้ข้ออนุญาต ตลอดจนภูมิภาคและ/หรือภาษาที่ได้รับผลกระทบ การดำเนินการนี้จะคล้ายกับแนวทางในปัจจุบันของ Meta เกี่ยวกับข้ออนุญาตบนพื้นฐานของความน่าสนใจ ซึ่งได้พัฒนาและปรับปรุงขึ้นอย่างมากจากการที่บริษัทได้ดำเนินการตามคำแนะนำที่คณะกรรมการให้ไว้ ซึ่งการดำเนินการนี้จะมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” นั้นเป็นข้อยกเว้นทั่วไปที่มีผลบังคับใช้กับนโยบายเนื้อหาทั้งหมดทั่วทั้ง Facebook และ Instagram เช่นเดียวกันกับข้ออนุญาตบนพื้นฐานของความน่าสนใจ
8.2 การปฏิบัติตามความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนของ Meta
คณะกรรมการมองว่าการแสดงเนื้อหาดังกล่าวบนแพลตฟอร์มตามเดิมนั้นสอดคล้องกับความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนของ Meta ทั้งนี้ Meta มีปณิธานที่จะเคารพต่อสิทธิมนุษยชนภายใต้หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNGP) โดยนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนขององค์กรระบุไว้ว่าปณิธานนี้จะรวมถึงการรักษากติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
คำตัดสินของ Meta ในการบังคับใช้ข้ออนุญาตนั้นเองพิจารณาตามข้อกังวลเกี่ยวกับสิทธิต่อสุขภาพและสิทธิต่อชีวิตของผู้คน นอกเหนือจากนี้ คณะกรรมการยังมองว่าการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากมุมมองด้านเสรีภาพในการแสดงออก (A/HRC/44/49, ย่อหน้าที่ 6) เมื่อพิจารณาถึงวิกฤตทางการเมืองและทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงซึ่งขัดขวางการเข้าถึงเวชภัณฑ์อย่างมากแล้ว โดยสิ่งเหล่านี้จะเป็นภัยต่อสิทธิในลักษณะดังกล่าวในศรีลังกา
เสรีภาพในการแสดงออก (ICCPR ข้อที่ 19)
สิทธิต่อเสรีภาพในการแสดงออกมีขอบเขตที่กว้างขวาง ข้อที่ 19 ย่อหน้าที่ 2 ของ ICCPR กำหนดให้เพิ่มการคุ้มครองเป็นพิเศษสำหรับการแสดงออก ซึ่งรวมถึงกิจกรรมสาธารณะ (ความคิดเห็นทั่วไปหมายเลข 34 ย่อหน้าที่ 11) การแสดงออกมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงที่เกิดวิกฤตด้านสุขภาพเนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับสาธารณะ ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกได้เน้นย้ำว่า “เมื่อข้อมูลไหลเวียนได้อย่างอิสระและไม่ถูกขัดขวางโดยภัยคุกคาม การข่มขู่ และบทลงโทษจะช่วยคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ รวมถึงส่งเสริมและเปิดโอกาสให้มีการพูดคุยและการตัดสินใจสำหรับวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นด้านสังคม เศรษฐกิจ และนโยบายอื่นๆ” (A/HRC/44/49) ซึ่งในกรณีนี้จะเป็นเนื้อหาที่ประสานงานการดำเนินงานซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงต่อสิทธิต่อสุขภาพและสิทธิต่อชีวิตของผู้คนในศรีลังกาลง ซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
เมื่อรัฐจำกัดสิทธิในเสรีภาพดังกล่าว การจำกัดจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในด้านความชอบด้วยกฎหมาย วัตถุประสงค์อันชอบธรรม รวมถึงความจำเป็นและความเหมาะสม (ICCPR ข้อที่ 19 ย่อหน้าที่ 3) โดยมักเรียกข้อกำหนดเหล่านี้ว่า “การทดสอบแบบสามส่วน” คณะกรรมการใช้กรอบโครงสร้างนี้เพื่อตีความปณิธานโดยสมัครใจของ Meta ต่อสิทธิมนุษยชน ทั้งที่เกี่ยวข้องกับคำตัดสินกรณีที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบและสำหรับความหมายต่อแนวทางในภาพใหญ่ของ Meta ต่อการกำกับดูแลเนื้อหา ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกได้กล่าวว่า แม้ “บริษัทไม่มีข้อผูกพันอย่างภาครัฐ แต่บริษัทก็ยังมีอิทธิพลในระดับที่จำเป็นต้องตอบคำถามเดียวกันกับภาครัฐเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกของผู้ใช้” (A/74/486 ย่อหน้าที่ 41) ในกรณีนี้ คณะกรรมการได้นำ “การทดสอบแบบสามส่วน” มาใช้กับกฎที่เกี่ยวข้องของ Meta ภายใต้มาตรฐานชุมชนด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัดและข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ที่ครอบคลุม
I. ความชอบด้วยกฎหมาย (ความชัดเจนและการเข้าถึงกฎ)
หลักความชอบด้วยกฎหมายกำหนดว่ากฎใดๆ ที่รัฐใช้เพื่อจำกัดการแสดงออกจะต้องชัดเจนและสามารถเข้าถึงได้ (ความคิดเห็นทั่วไปหมายเลข 34 ย่อหน้าที่ 25) กฎที่ไม่มีความเฉพาะเจาะจงอาจนำไปสู่การตีความกฎโดยอัตวิสัยและการบังคับใช้กฎตามอำเภอใจได้ บุคคลต้องมีข้อมูลเพียงพอในการพิจารณาว่าการแสดงออกของตนจะถูกจำกัดหรือไม่และอย่างไร เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามข้อจำกัดดังกล่าว ในรายงานปี 2561 ที่เกี่ยวกับการจัดการเนื้อหาและมาตรฐานด้านความชอบด้วยกฎหมายของ ICCPR ข้อที่ 19 ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการที่กฎซึ่งกำกับดูแลคำพูดบนโลกออนไลน์จะต้องมี “ความชัดเจนและความเฉพาะเจาะจง” (A/HRC/38/35, ย่อหน้าที่ 46) เมื่อนำกฎด้านเนื้อหาของ Meta สำหรับ Facebook มาใช้ ผู้ใช้ควรจะเข้าใจได้ว่าเนื้อหาใดที่ได้รับอนุญาตและไม่ได้รับอนุญาต คณะกรรมการให้ข้อสรุปว่าถึงแม้ผู้ใช้จะเข้าใจในข้อห้ามว่าด้วยเนื้อหาที่ “ขอรับยาทางเภสัชกรรม” ของ Meta แต่ข้อยกเว้น รวมถึงกฎที่กำกับดูแลข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” นั้นไม่มีความชัดเจนเพียงพอและผู้ใช้เข้าถึงได้ยาก เช่นเดียวกับที่ข้อจำกัดด้านสิทธิจะต้องชัดเจน ข้อยกเว้นทั้งหมดต่อข้อจำกัดเหล่านั้นเองก็ควรมีความชัดเจนเพียงพอให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจได้ว่าตนสามารถโพสต์และไม่สามารถโพสต์สิ่งใดได้ อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจะไม่สามารถสื่อสารเกี่ยวกับข้ออนุญาตที่ให้อนุญาตแก่คำพูดที่มากขึ้นได้อย่างเหมาะสมและไม่สามารถบรรลุมาตรฐานด้านความชอบด้วยกฎหมายได้ แต่บริษัทก็ไม่ได้บั่นทอนการนำข้ออนุญาตไปใช้ในกรณีนี้ เมื่อพิจารณาจากบริบทในศรีลังกาเมื่อมีการบังคับใช้ข้ออนุญาตดังกล่าว
คณะกรรมการมองว่าในข้อความในนโยบายด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัดซึ่งเผยแพร่ต่อสาธารณะนั้น Meta ไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีตีความข้อยกเว้นเพื่อให้อนุญาตแก่เนื้อหาเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับ “ราคา ความสามารถในการเข้าถึง หรือประสิทธิผลของยาทางเภสัชกรรมในบริบททางการแพทย์” ไว้อย่างเพียงพอ แนวทางภายในของ Meta สำหรับผู้ควบคุมเนื้อหาจะมีตัวอย่างเกี่ยวกับประเด็นนี้ คณะกรรมการกังวลเกี่ยวกับการขาดซึ่งความชัดเจนเกี่ยวกับข้อยกเว้นเหล่านี้เนื่องจากผู้ใช้จำเป็นต้องเข้าใจว่าตนสามารถโพสต์สิ่งใดได้บ้างโดยไม่เป็นการละเมิดกฎ Meta ควรให้คำแนะนำที่ชัดเจนยิ่งขึ้นกับผู้ใช้เกี่ยวกับวิธีที่บริษัทตีความนโยบายด้านเนื้อหาโดยให้ตัวอย่างว่าสิ่งใดบ้างสอดคล้องกับแนวทางภายในของบริษัท
นอกจากนี้ คณะกรรมการยังมองว่าบริษัทไม่ได้กล่าวถึงข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ไว้ในส่วนใดของมาตรฐานชุมชนเลย มาตรฐานชุมชนของ Facebook ไม่ได้อธิบายว่าในบางโอกาส บริษัทสามารถบังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” แบบระยะสั้นในวงกว้างกับกฎของบริษัทในบางภูมิภาคหรือบางประเทศได้ ในปัจจุบันผู้ใช้ไม่มีทางที่จะทราบข้อมูลเกี่ยวกับข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” หรือการนำข้ออนุญาตนั้นไปใช้กับมาตรฐานชุมชนทั้งหมด เนื่องจากไม่มีคำอธิบายต่อสาธารณชนว่าข้ออนุญาตนี้มีอยู่ ข้อยกเว้นตามดุลยพินิจที่เก็บเป็นความลับตามนโยบายของ Meta ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานความชอบด้วยกฎหมาย ในการตอบคำถามข้อหนึ่งจากคณะกรรมการของบริษัท Meta ให้คำอธิบายว่าในช่วงต้นของวิกฤตในศรีลังกา บริษัทยังไม่ได้เปิดตัวเกณฑ์วิธีสำหรับนโยบายเมื่อเกิดวิกฤตแต่มีจะเปิดตัวเกณฑ์วิธีดังกล่าวสำหรับวิกฤตในอนาคต โดย “ข้ออนุญาตสำหรับเนื้อหาที่ชักชวนให้บริจาคหรือให้เภสัชภัณฑ์เป็นของขวัญในช่วงที่เกิดความขัดแย้งขึ้นเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางนโยบาย […] ซึ่งบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของโปรโตคอล” อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ติดต่อสื่อสารกับ Meta แล้ว คณะกรรมการมองว่าการขาดซึ่งเกณฑ์และโปรโตคอลที่ชัดเจน (เช่น การปรึกษาหารือกับหน่วยงานในพื้นที่และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก) สำหรับการใช้งานขอยกเว้นในลักษณะดังกล่าว คณะกรรมการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบให้แน่ใจว่าการใช้งานข้ออนุญาตนั้นจะต้องพิจารณาตามเกณฑ์ที่เป็นวัตถุวิสัย ซึ่งจะส่งผลให้มีการบังคับใช้และยุติข้ออนุญาตเหล่านั้นอย่างสม่ำเสมอ ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการจึงกระตุ้นให้ Meta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ให้เป็นสาธารณะ รวมถึงเกณฑ์ที่บริษัทใช้เพื่อบังคับใช้ข้ออนุญาตดังกล่าวกับมาตรฐานชุมชนทั้งหมด
คณะกรรมการยอมรับว่าบริษัทจำเป็นต้องมีข้ออนุญาตแบบ “พร้อมสรรพ” ซึ่งสามารถบังคับใช้เพื่อป้องกันความอยุติธรรมอย่างชัดเจนเมื่อต้องควบคุมเนื้อหาจำนวนมากในระดับโลก อย่างไรก็ตาม ควรระบุเกณฑ์ที่ใช้เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องใช้ข้ออนุญาตหรือไม่นั้นให้เป็นสาธารณะ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีการบังคับใช้ข้ออนุญาตในรูปแบบเดียวกันซ้ำๆ ดังที่ Meta ได้บังคับใช้กับการบริจาคทางเภสัชกรรมในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต ทางบริษัทก็ควรที่จะประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่าควรมีการบังคับใช้ข้ออนุญาตนี้เป็นข้อยกเว้นจากนโยบายที่เกี่ยวข้องเป็นการเฉพาะเลยหรือไม่
ท้ายที่สุด ผู้ใช้ที่รายงานเนื้อหาไม่ได้รับการแจ้งเตือนเมื่อเนื้อหาที่ตนรายงานได้รับผลประโยชน์จากข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” Meta ยืนยันไว้ในคำตอบของบริษัทกับคณะกรรมการบริษัท “ไม่ได้แจ้งให้ผู้ใช้ทราบเกี่ยวกับข้ออนุญาตสำหรับนโยบายในวงกว้างโดยตรง” ในคำตัดสิน “การประท้วงในประเทศโคลอมเบีย” ของบริษัท ( 2021-010-UA) คณะกรรมการได้แนะนำให้ Meta แจ้งให้ผู้ใช้ที่รายงานเนื้อหาดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดทราบเมื่อบริษัทปล่อยให้เนื้อหานั้นอยู่บนแพลตฟอร์มของบริษัทตามเดิมเนื่องจากได้รับประโยชน์จากข้ออนุญาตบนพื้นฐานของความน่าสนใจ Meta ยังอยู่ระหว่างการประเมินว่าจะดำเนินการตามคำแนะนำนี้หรือไม่ ในทำนองเดียวกัน การแจ้งให้ผู้ใช้ที่รายงานเนื้อหาที่ได้รับประโยชน์จากข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ทราบก็จะช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าข้ออนุญาตดังกล่าวประกอบด้วยสิ่งใดบ้างและเพราะเหตุใดเนื้อหาที่ดูเหมือนว่าจะฝ่าฝืนนโยบายจึงยังคงอยู่บนแพลตฟอร์ม
II. วัตถุประสงค์อันชอบธรรม
ICCPR ข้อที่ 19 ระบุว่าเมื่อรัฐจำกัดการแสดงออก รัฐจะทำได้ก็ต่อเมื่อเป็นไปเพื่อส่งเสริมวัตถุประสงค์อันชอบธรรมเท่านั้น ซึ่งได้รับการกำหนดว่าหมายถึง “การเคารพต่อสิทธิหรือชื่อเสียงของผู้อื่น ... [และ] การปกป้องความมั่นคงของชาติ หรือความสงบเรียบร้อย หรือสาธารณสุข หรือศีลธรรมของประชาชน”
ข้อห้ามโดยทั่วไปของ Meta เกี่ยวกับการ “พยายามบริจาคหรือให้ของขวัญ” และ “ขอรับ” ยาทางเภสัชกรรมมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยสาธารณะและสาธารณสุข (ICCPR ข้อที่ 19 ย่อหน้าที่ 3) และสิทธิต่อสุขภาพของผู้อื่น (ICESCR ข้อที่ 12) และสิทธิต่อชีวิต (ICCPR ข้อที่ 6) ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุประสงค์อันชอบธรรม Meta ระบุไว้ในเหตุผลของคำตัดสินของบริษัทว่า “เนื้อหานี้จะอำนวยความสะดวกให้กับการส่งต่อสารควบคุมอย่างผิดกฎหมายหรือการแลกเปลี่ยนยาทาเภสัชกรรมกับผู้ใช้ที่ไม่มีใบสั่งแพทย์หรือได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์” ซึ่งสอดคล้องกับเหตุผลของ Meta ในคำนำของนโยบายด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัด ซึ่งระบุว่าออกแบบมาเพื่อ “ส่งเสริมความปลอดภัยและยับยั้งกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย”
III. ความจำเป็นและความเหมาะสม
หลักความจำเป็นและความเหมาะสมกำหนดว่าการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกใดๆ “ต้องมีความเหมาะสมตามวัตถุประสงค์เพื่อการคุ้มครอง โดยข้อจำกัดต้องเป็นเครื่องมือที่รุกล้ำน้อยที่สุดในหมู่เครื่องมือที่ใช้คุ้มครองทั้งหมด [และ] ต้องมีความเหมาะสมกับผลประโยชน์ที่จะคุ้มครอง” (ความคิดเห็นทั่วไปหมายเลข 34 ย่อหน้าที่ 34)
เมื่อพิจารณาจากวิกฤตทางการเมืองและทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในศรีลังกาแล้ว การนำนโยบายด้านสินค้าและการบริการที่ถูกจำกัดไปใช้ในกรณีนี้จะไม่เป็นการจำกัดคำพูดตามสัดส่วนซึ่งจะขัดขวางไม่ให้ชาวศรีลังกาเข้าถึงยารักษาและเป็นภัยต่อสิทธิต่อสุขภาพและสิทธิต่อชีวิตของชาวศรีลังกา อย่างไรก็ตาม คำตัดสินของ Meta ในการบังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ได้คุ้มครองสิทธิต่อชีวิตและสิทธิต่อสุขภาพของชาวศรีลังกาในช่วงที่เกิดวิกฤตนี้ขึ้น
9. คำตัดสินของคณะกรรมการกำกับดูแล
คณะกรรมการกำกับดูแลยืนตามคำตัดสินของ Meta ในการปล่อยให้เนื้อหาแสดงบนแพลตฟอร์มตามเดิม
10. คำแถลงเพื่อให้คำแนะนำด้านนโยบาย
A. นโยบายด้านเนื้อหา
1. เพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น Meta ควรอธิบายเรื่องนี้ในแลนดิ้งเพจของมาตรฐานชุมชนว่าบริษัทสามารถบังคับใช้ข้ออนุญาตสำหรับมาตรฐานชุมชนได้เมื่อผลลัพธ์จากการตีความตามกฎอย่างเคร่งครัดนั้นขัดกับเหตุผลสำหรับข้ออนุญาตและค่านิยมของ Meta โดยอธิบายในรูปแบบเดียวกันกับที่บริษัทได้อธิบายเกี่ยวกับข้ออนุญาตบนพื้นฐานของความน่าสนใจ บริษัทควรใส่ลิงก์ไปยังหน้าศูนย์ความโปร่งใสซึ่งจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” คณะกรรมการจะพิจารณาว่ามีการนำคำแนะนำนี้ไปใช้แล้วก็ต่อเมื่อมีการเพิ่มคำอธิบายไว้ในมาตรฐานชุมชน
B. การบังคับใช้
2. เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับความมั่นคงแน่นอนมากยิ่งขึ้น Meta ควรสื่อสารว่าเมื่อใดที่เนื้อหาที่ถูกรายงานได้รับประโยชน์จากข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินการล่าสุดของ Meta เพื่อตรวจสอบระบบการแจ้งเตือนผู้ใช้ดังที่ระบุไว้ในการดำเนินการตามคำแนะนำจากคณะกรรมการของบริษัทในกรณี “การประท้วงในประเทศโคลอมเบีย” (2021-010-FB-UA) Meta ควรแจ้งเตือนผู้ใช้ทุกรายที่รายงานเนื้อหาที่ได้รับการประเมินว่าเป็นการละเมิดแต่ยังแสดงบนแพลตฟอร์มตามเดิมเนื่องจากบังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” กับโพสต์ดังกล่าว ข้อความแจ้งควรมีลิงก์ไปยังหน้าศูนย์ความโปร่งใสซึ่งจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” คณะกรรมการจะพิจารณาว่ามีการนำคำแนะนำนี้ไปใช้แล้วก็ต่อ Meta ได้เริ่มใช้งานโปรโตคอลสำหรับการแจ้งเตือนซึ่งอธิบายไว้ในคำแนะนำนี้
C. ความโปร่งใส
3. เพื่อให้สอดคล้องกับคำแนะนำข้อ 5 และ 6 ของคณะกรรมการในกรณี “สโลแกนจากการประท้วงในอิหร่าน” (2022-013-FB-UA) คณะกรรมการระบุว่า Meta ควรเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ไว้ในศูนย์ความโปร่งใส ซึ่งคล้ายกับข้อมูลที่บริษัทได้เผยแพร่เกี่ยวกับข้ออนุญาตบนพื้นฐานความน่าสนใจ ในศูนย์ความโปร่งใส Meta ควรดำเนินการ: (i) อธิบายว่าบริษัทสามารถขยายหรือลดขอบเขตของข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” (ii) เผยแพร่ตัวอย่างของเนื้อหาที่ได้รับประโยชน์จากข้ออนุญาตนี้ให้เป็นสาธารณะ (iii) ระบุเกณฑ์ที่ Meta ใช้เพื่อตัดสินว่าควรบังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ในวงกว้างเมื่อใด และ (iv) ใส่รายการข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ทั้งหมดที่ Meta ได้บังคับใช้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านพร้อมกับคำอธิบายว่าเพราะเหตุใด Meta จึงตัดสินใจบังคับใช้และยุติข้ออนุญาตแต่ละข้อ Meta ควรปรับปรุงแก้ไขรายการนี้เสมอเมื่อมีการบังคับใช้ข้ออนุญาตข้อใหม่ คณะกรรมการจะถือว่ามีการนำคำแนะนำนี้ไปใช้แล้วเมื่อ Meta เผยแพร่ข้อมูลนี้ให้เป็นสาธารณะในศูนย์ความโปร่งใส
4. เพื่อให้สอดคล้องกับคำแนะนำข้อ 5 และ 6 ของคณะกรรมการในกรณี “สโลแกนจากการประท้วงในอิหร่าน” (2022-013-FB-UA) คณะกรรมการระบุว่า Meta ควรแชร์ข้อมูลแบบรวมเกี่ยวกับข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ที่ได้บังคับใช้ให้เป็นสาธารณะในศูนย์ความโปร่งใส ซึ่งรวมถึงจำนวนครั้งที่มีการบังคับใช้ข้ออนุญาต ตลอดจนภูมิภาคและ/หรือภาษาที่ได้รับผลกระทบ Meta ควรปรับปรุงแก้ไขข้อมูลนี้เสมอเมื่อมีการบังคับใช้ข้ออนุญาตตาม “เจตนารมณ์ของนโยบาย” ข้อใหม่ คณะกรรมการจะถือว่ามีการนำคำแนะนำนี้ไปใช้แล้วเมื่อ Meta เผยแพร่ข้อมูลนี้ให้เป็นสาธารณะในศูนย์ความโปร่งใส
*หมายเหตุตามกระบวนการ:
คำตัดสินของคณะกรรมการกำกับดูแลจัดทำขึ้นโดยกรรมการสมาชิกห้าคนและได้รับการอนุมัติจากเสียงส่วนใหญ่ในคณะกรรมการแล้ว คำตัดสินของคณะกรรมการไม่ได้แสดงถึงมุมมองส่วนบุคคลของสมาชิกทั้งหมดเสมอไป
ในการพิจารณาคำตัดสินนี้ คณะกรรมการได้มอบหมายให้มีการดำเนินการศึกษาวิจัยโดยอิสระในนามของคณะกรรมการ คณะกรรมการได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยอิสระซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่มหาวิทยาลัยโกเธนเบิร์ก (University of Gothenburg) โดยมีการระดมทีมนักสังคมศาสตร์กว่า 50 คนใน 6 ทวีป ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ มากกว่า 3,200 คนจากทั่วโลก นอกจากนี้ คณะกรรมการยังได้รับความช่วยเหลือด้านข้อมูลจาก Duco Advisers ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์กันระหว่างภูมิรัฐศาสตร์ ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย รวมถึงด้านเทคโนโลยีอีกด้วย Memetica ซึ่งเป็นองค์กรที่มีส่วนร่วมในการวิจัยแบบโอเพนซอร์สเกี่ยวกับเทรนด์ในโซเชียลมีเดียเองก็ได้ให้การวิเคราะห์ไว้เช่นกัน
Retour aux décisions de cas et aux avis consultatifs politiques