Renversé

ความคิดเห็นที่ลดทอนความเป็นมนุษย์เกี่ยวกับผู้คนในกาซา

ผู้ใช้ยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินของ Meta ที่ให้ปล่อยโพสต์บน Facebook ไว้โดยอ้างว่ากลุ่มฮามาสมีต้นกำเนิดมาจากประชากรในกาซา โดยเปรียบเทียบประชากรในกาซาว่าเป็น “savage horde” (ฝูงชนไร้อารยะ) หลังจากที่คณะกรรมการได้หยิบยกการอุทธรณ์ข้างต้นมาให้ Meta ตรวจสอบ บริษัทก็ได้กลับคำตัดสินเดิมพร้อมทั้งลบโพสต์ดังกล่าวออก

Type de décision

Résumé

Politiques et sujets

Sujet
Origine ou identité ethnique, Guerre et conflits, ชุมชนชายขอบ
Norme communautaire
Discours incitant à la haine

Régions/Pays

Emplacement
ดินแดนปาเลสไตน์, อิสราเอล

Plate-forme

Plate-forme
Facebook

ต่อไปนี้คือคำตัดสินแบบรวบรัด คำตัดสินแบบรวบรัดจะเป็นการตรวจสอบกรณีต่างๆ ที่ Meta ได้กลับคำตัดสินเดิมที่มีต่อเนื้อหาชิ้นหนึ่งหลังจากที่คณะกรรมการได้หยิบยกกรณีดังกล่าวมาให้บริษัทตรวจสอบ และจะรวมข้อมูลเกี่ยวกับข้อผิดพลาดที่ Meta ยอมรับเอาไว้ด้วย คำตัดสินดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติโดยชุดสมาชิกคณะกรรมการผู้พิจารณา ไม่ใช่คณะกรรมการทั้งหมด ไม่รวมความคิดเห็นสาธารณะ และไม่อาจถือเป็นบรรทัดฐานของคณะกรรมการ คำตัดสินแบบรวบรัดส่งผลเปลี่ยนแปลงโดยตรงต่อคำตัดสินของ Meta โดยจะให้ความโปร่งใสเกี่ยวกับการแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านี้ควบคู่ไปกับการระบุจุดที่ Meta สามารถปรับปรุงการบังคับใช้ให้ดียิ่งขึ้นได้

สรุป

ผู้ใช้ยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินของ Meta ที่ให้ปล่อยโพสต์บน Facebook ไว้โดยอ้างว่ากลุ่มฮามาสมีต้นกำเนิดมาจากประชากรในกาซาและสะท้อนให้เห็นถึง “innermost desires” (ความปรารถนาจากก้นบึ้งของหัวใจ) โดยเปรียบเทียบประชากรในกาซาว่าเป็น “savage horde” (ฝูงชนไร้อารยะ) หลังจากที่คณะกรรมการได้หยิบยกการอุทธรณ์ข้างต้นมาให้ Meta ตรวจสอบ บริษัทก็ได้กลับคำตัดสินเดิมพร้อมทั้งลบโพสต์ดังกล่าวออก

เกี่ยวกับกรณี

ในเดือนธันวาคมปี 2566 ผู้ใช้รายหนึ่งได้รีโพสต์รูปภาพบน Facebook ที่มีข้อความซึ่งปรากฏคู่กับรูปภาพชายนิรนามและแสดงถึงมุมมองว่า “general public” (สาธารณชน) ในกาซาไม่ใช่ “victim” (เหยื่อ) ของกลุ่มฮามาส แต่เป็นกลุ่มติดอาวุธที่เกิดขึ้นซึ่งเป็น “true reflection” (ภาพสะท้อนที่แท้จริง) ถึง “the innermost desires of a savage horde” (ความปรารถนาจากก้นบึ้งของหัวใจของฝูงชนไร้อารยะ) รูปภาพที่ถูกรีโพสต์มีคำบรรยายในลักษณะที่เป็นการสนับสนุนโดยมีการใช้คำอย่างเช่น “the truth” (ความจริง) มีการดูโพสต์น้อยกว่า 500 ครั้ง

ภายใต้นโยบายว่าด้วยคำพูดที่แสดงความเกลียดชังของ Meta ทาง Meta ห้ามไม่ให้มีเนื้อหาที่มุ่งโจมตีบุคคลหรือกลุ่มคนอันเนื่องมาจากจากลักษณะที่ได้รับการคุ้มครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกล่าวเปรียบเทียบกับ “สิ่งที่ต่ำกว่ามนุษย์” และใช้คำอย่างเช่น “savages” (ไร้อารยะ) ในเนื้อหานี้ การอ้างอิงถึง “the general public of Gaza” (สาธารณชนในกาซา) เป็นการอ้างอิงโดยนัยถึงชาวปาเลสไตน์ในกาซา ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการมุ่งเป้าโจมตีลักษณะที่ได้รับการคุ้มครองด้านชาติพันธุ์และสัญชาติของพวกเขา

ในข้อความที่ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการในกรณีนี้ ผู้ใช้ได้ให้ข้อสังเกตว่าโพสต์ดังกล่าวนั้น “เข้าข่ายคำพูดที่ลดทอนความเป็นมนุษย์” ด้วยการพูดเหมารวมเกี่ยวกับผู้คนในกาซา

หลังจากที่คณะกรรมการหยิบยกกรณีนี้มาให้ Meta ตรวจสอบ ทางบริษัทก็ได้พิจารณาว่าเนื้อหาดังกล่าวนั้นละเมิดนโยบายว่าด้วยคำพูดที่แสดงความเกลียดชัง และคำตัดสินเดิมของบริษัทที่ให้ปล่อยเนื้อหาไว้นั้นไม่ถูกต้อง จากนั้น บริษัทจึงลบเนื้อหาดังกล่าวออกจาก Facebook

อำนาจดำเนินการและขอบเขตของคณะกรรมการ

คณะกรรมการมีอำนาจในการทบทวนคำตัดสินของ Meta หลังจากได้รับอุทธรณ์จากผู้ใช้ที่รายงานเนื้อหาซึ่งถูกปล่อยไว้ (กฎบัตรข้อที่ 2 ส่วนที่ 1 และกฎข้อบังคับข้อที่ 3 ส่วนที่ 1)

เมื่อ Meta ยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นและกลับคำตัดสินที่มีต่อกรณีใดกรณีหนึ่งซึ่งที่คณะกรรมการกำลังทบทวนอยู่ คณะกรรมการสามารถเลือกตัดสินแบบรวบรัดกับกรณีนั้นๆ ได้ (กฎข้อบังคับข้อที่ 2 ส่วนที่ 2.1.3) โดยคณะกรรมการจะทบทวนคำตัดสินเดิมเพื่อให้เข้าใจถึงกระบวนการควบคุมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความเป็นธรรมให้แก่ผู้ใช้ Facebook และ Instagram

ความสำคัญของกรณี

กรณีนี้เน้นย้ำถึงข้อผิดพลาดในการบังคับใช้นโยบายว่าด้วยคำพูดที่แสดงความเกลียดชังของ Meta โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่โจมตีผู้คนตามลักษณะที่ได้รับการคุ้มครอง ข้อผิดพลาดในการควบคุมนั้นเป็นอันตรายอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่มีข้อพิพาทกันด้วยอาวุธเกิดขึ้นอยู่ ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทจึงควรมีหลักปฏิบัติในการควบคุมเนื้อหาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

กรณีการ์ตูนเกี่ยวกับเมืองคนีนเองก็มีคำพูดแสดงความเกลียดชังที่มุ่งโจมตีลักษณะที่ได้รับการคุ้มครองในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน โดยเป็นการมุ่งโจมตีที่ชาติพันธุ์ ซึ่งมีการอ้างอิงถึงกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งว่าเป็นหนูแม้ไม่ได้เรียกชื่ออย่างชัดแจ้ง อย่างไรก็ตาม ในกรณีการ์ตูนเกี่ยวกับเมืองคนีนนั้นจำเป็นต้องอาศัยบริบททางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อตีความถึงการนำเสนอกลุ่มชาติพันธุ์ในเชิงสัญลักษณ์ แต่เนื้อหาในกรณีนี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความคิดเห็นที่ลดทอนความเป็นมนุษย์ต่อประชากรทั้งหมดมากกว่า ซึ่งควรเป็นที่เข้าใจกันอย่างสมเหตุสมผลว่าเป็นการอ้างอิงถึงผู้คนโดยใช้ลักษณะที่ได้รับการคุ้มครอง

ในคำตัดสินกรณีการ์ตูนเกี่ยวกับเมืองคนีน คณะกรรมการแนะนำว่า Meta ควร “ชี้แจงเกี่ยวกับมาตรฐานชุมชนว่าด้วยคำพูดที่แสดงความเกลียดชังและคำแนะนำที่จัดทำให้แก่ผู้ตรวจสอบ โดยอธิบายว่าแม้แต่การอ้างอิงโดยนัยถึงกลุ่มที่ได้รับการคุ้มครองก็เป็นข้อห้ามสำหรับนโยบายนี้เมื่อการอ้างอิงดังกล่าวสามารถเข้าใจได้อย่างสมเหตุสมผล” (คำตัดสินกรณีการ์ตูนเกี่ยวกับเมืองคนีน คำแนะนำที่ 1) ซึ่ง Meta รายงานว่าได้ดำเนินการตามคำแนะนำนี้ไปบางส่วนแล้ว ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2565 Meta ได้รายงานว่าบริษัท “เพิ่มถ้อยคำไปยังมาตรฐานชุมชนและคำแนะนำด้านนโยบายสำหรับผู้ตรวจสอบเพื่อชี้แจงว่าคำพูดที่แสดงความเกลียดชังโดยนัยจะถูกลบออก หากคำพูดดังกล่าวได้รับการส่งเรื่องต่อโดยผู้ตรวจสอบที่ดูแลเนื้อหาในวงกว้าง ทั้งนี้เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญซึ่ง Meta สามารถทำความเข้าใจถึงเจตนาของผู้ใช้ได้อย่างสมเหตุสมผล” คณะกรรมการมองว่าทางบริษัทได้ดำเนินการตามคำแนะนำนี้ไปเพียงบางส่วนเนื่องจากไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลในมาตรฐานชุมชนว่าด้วยคำพูดที่แสดงความเกลียดชัง แต่ปรับปรุงแก้ไขเฉพาะในบทนำทั่วไปของมาตรฐานชุมชน

คณะกรรมการเชื่อว่าการนำคำแนะนำนี้ไปปรับใช้อย่างเต็มรูปแบบจะช่วยลดจำนวนข้อผิดพลาดในการบังคับใช้ภายใต้นโยบายว่าด้วยคำพูดที่แสดงความเกลียดชังได้

คำตัดสิน

คณะกรรมการกลับคำตัดสินเดิมของ Meta ที่ปล่อยเนื้อหาไว้ คณะกรรมการรับทราบที่ Meta ได้แก้ไขข้อผิดพลาดของตนที่เกิดขึ้นในตอนแรกเมื่อคณะกรรมการได้หยิบยกกรณีนี้ขึ้นมาให้ Meta ตรวจสอบ

Retour aux décisions de cas et aux avis consultatifs politiques